ถ้าคุณเป็นคนทำงานที่ต้องนั่งหน้าคอมวันละหลายชั่วโมง แล้วเริ่มรู้สึกปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือบางวันลามไปถึงสะโพกและขา คำว่า “ออฟฟิศซินโดรม” คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
คำถามที่โมดิน่าเจอบ่อยมากคือ
“ออฟฟิศซินโดรมมันเกิดจากเก้าอี้จริงไหม?”
หรือจริง ๆ แล้ว เราควรเริ่มแก้จากตรงไหนกันแน่?
บทความนี้จะพาคุณแยกแยะให้ชัด ว่าเก้าอี้เกี่ยวข้องกับออฟฟิศซินโดรมแค่ไหน อะไรคือสาเหตุหลัก และถ้าจะเริ่มแก้ ควรเริ่มจากจุดไหนก่อนถึงจะเห็นผลจริง ไม่ใช่แค่หายปวดแป๊บเดียวแล้วกลับมาเป็นซ้ำ
ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร ทำไมคนทำงานยุคนี้ถึงเป็นกันเยอะ?
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือกลุ่มอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อและระบบโครงสร้างร่างกาย ที่เกิดจากการใช้งานท่าทางซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนั่งทำงานในท่าเดิมนานหลายชั่วโมง
งานวิจัยจากหลายประเทศพบตรงกันว่า คนทำงานออฟฟิศมีความเสี่ยงต่ออาการปวดคอ บ่า หลังส่วนล่าง และไหล่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่นอย่างชัดเจน สาเหตุไม่ได้มาจาก “การนั่ง” อย่างเดียว แต่เป็นการนั่งที่ผิดท่า นั่งนาน และไม่มีการพักหรือขยับร่างกาย
สิ่งที่น่าสนใจคือ งานวิจัยด้าน Ergonomics ระบุว่า สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะสูงเกินไป หน้าจอไม่อยู่ระดับสายตา และเก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระ ล้วนเพิ่มแรงกดและความตึงเครียดให้กล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว
สรุปให้ชัด: ออฟฟิศซินโดรม “เกิดจากเก้าอี้” จริงไหม?
คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เก้าอี้เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญมาก
ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้เกิดจากเก้าอี้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ระบบการนั่งทำงานทั้งชุด” ซึ่งประกอบด้วย
-
ท่านั่ง
-
ระยะเวลาในการนั่ง
-
โต๊ะและตำแหน่งอุปกรณ์
-
และแน่นอน… เก้าอี้ที่ใช้ทุกวัน
ถ้าเก้าอี้ไม่ซัพพอร์ตสรีระ ร่างกายจะต้อง “ชดเชย” เองตลอดเวลา เช่น หลังแอ่น คอยื่น ไหล่ห่อ กล้ามเนื้อจึงทำงานหนักกว่าปกติ และสะสมความตึงเครียดจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง
เก้าอี้แบบไหนที่เพิ่มความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมโดยไม่รู้ตัว?
หลายคนใช้เก้าอี้มาหลายปีโดยไม่เคยคิดว่าเก้าอี้มีผลกับร่างกายขนาดไหน จนกระทั่งเริ่มปวดแบบหาสาเหตุไม่เจอ
เก้าอี้ที่มักเป็นตัวเร่งออฟฟิศซินโดรม ได้แก่
-
เก้าอี้ที่พนักพิงตรงเกินไป ไม่โค้งรับหลัง
-
เก้าอี้ที่ไม่มี Lumbar Support ทำให้หลังล่างลอย
-
เก้าอี้ที่ปรับความสูงไม่ได้ ทำให้เท้าไม่เต็มพื้น
-
เก้าอี้ที่เบาะแข็งหรือแบนเกินไป กดสะโพกและต้นขา
-
เก้าอี้ที่แขนวางสูงหรือต่ำเกินไป จนไหล่เกร็งตลอดวัน
เก้าอี้ลักษณะนี้มักพบใน เก้าอี้ออฟฟิศ แบบทั่วไปที่เน้นราคาและหน้าตามากกว่าการรองรับสรีระ ซึ่งใช้งานระยะสั้นอาจไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้านั่งวันละ 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มฟ้องทันที
แล้วเก้าอี้ Ergonomic ช่วยแก้ออฟฟิศซินโดรมได้จริงไหม?
คำตอบคือ ช่วยได้จริง แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี
แนวคิด Ergonomic ไม่ได้หมายถึงแค่เก้าอี้แพงหรือดีไซน์ล้ำ แต่คือการออกแบบที่ช่วยให้ร่างกายอยู่ในท่าที่ “ใช้แรงน้อยที่สุด” ขณะทำงาน
เก้าอี้ Ergonomic ที่ออกแบบดี จะช่วย
-
รองรับแนวกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ
-
ลดแรงกดที่หลังล่างและสะโพก
-
ช่วยจัดตำแหน่งคอ ไหล่ และแขนให้อยู่ในแนวที่ผ่อนคลาย
-
ลดการเกร็งสะสมของกล้ามเนื้อระยะยาว
งานวิจัยด้านการยศาสตร์จากยุโรปและอเมริการะบุว่า การใช้เก้าอี้ที่รองรับสรีระร่วมกับการปรับท่านั่งอย่างเหมาะสม สามารถลดความรุนแรงของอาการปวดหลังและคอในคนทำงานออฟฟิศได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับใครที่กำลังมองหา เก้าอี้ Ergonomic เพื่อแก้ออฟฟิศซินโดรม แนะนำให้เริ่มดูจากหมวด
👉 เก้าอี้เพื่อสุขภาพ
ซึ่งออกแบบมาเพื่อการนั่งทำงานระยะยาวโดยเฉพาะ
ถ้าจะเริ่มแก้ออฟฟิศซินโดรม ควรเริ่มจากจุดไหนก่อน?
หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าต้องเริ่มจากการซื้อเก้าอี้ใหม่ก่อนเสมอ แต่จริง ๆ แล้ว ลำดับการแก้ที่ได้ผลที่สุดควรเป็นแบบนี้
1. ปรับท่านั่งให้ถูกต้องก่อน
ต่อให้ใช้เก้าอี้ดีแค่ไหน ถ้านั่งหลังค่อม คอยื่น หรือไขว่ห้างตลอดเวลา ออฟฟิศซินโดรมก็ยังมาอยู่ดี
ท่านั่งที่ดีคือ หลังชิดพนักพิง เท้าวางเต็มพื้น เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา และหน้าจออยู่ระดับสายตา
2. เช็กโต๊ะและอุปกรณ์รอบตัว
โต๊ะสูงหรือต่ำเกินไป เมาส์อยู่ไกลเกินเอื้อม หรือจอคอมต่ำเกิน ล้วนทำให้ร่างกายเกร็งโดยไม่รู้ตัว
การจัดโต๊ะให้สัมพันธ์กับเก้าอี้คือหัวใจสำคัญ
3. เลือกเก้าอี้ที่ซัพพอร์ตสรีระจริง
เมื่อพื้นฐานพร้อมแล้ว การเลือก เก้าอี้ออฟฟิศ ที่ออกแบบตามหลัก Ergonomic จะช่วยลดภาระกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานยาว ๆ ทุกวัน
สามารถดูตัวเลือกได้ที่
👉 เก้าอี้ออฟฟิศ
4. ขยับตัวและพักเป็นระยะ
งานวิจัยจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า ต่อให้ใช้เก้าอี้ที่ดีที่สุด การนั่งนิ่งนานเกินไปก็ยังส่งผลเสีย
ลุกเดิน ยืดเหยียด หรือเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที คือสิ่งที่ร่างกายต้องการจริง ๆ
เก้าอี้แก้ออฟฟิศซินโดรม ต้องดูอะไรเป็นหลัก?
ถ้าคุณกำลังมองหา office syndrome chair solution ให้ได้ผลระยะยาว โมดิน่าแนะนำให้โฟกัสที่
-
พนักพิงที่โค้งรับหลังและหลังล่าง
-
Lumbar Support ที่ปรับได้
-
เบาะนั่งที่ไม่แข็งหรือยวบเกินไป
-
ความสามารถในการปรับความสูงและเอนได้
-
แขนวางที่ช่วยลดแรงตึงที่หัวไหล่
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม มากกว่าการเป็นแค่เก้าอี้นั่งสวย ๆ
สรุป: ออฟฟิศซินโดรมไม่ได้เกิดจากเก้าอี้อย่างเดียว แต่เก้าอี้คือจุดที่แก้แล้วเห็นผลที่สุด
ออฟฟิศซินโดรมคือผลลัพธ์ของพฤติกรรมสะสม ไม่ใช่ความผิดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
แต่ในบรรดาทุกปัจจัย “เก้าอี้” คือสิ่งที่คุณใช้นานที่สุดทุกวัน และเป็นจุดที่เปลี่ยนแล้วเห็นผลกับร่างกายเร็วที่สุด
ถ้าคุณเริ่มจากการปรับท่านั่ง จัดโต๊ะให้เหมาะสม และเลือก เก้าอี้ออฟฟิศ หรือ เก้าอี้ Ergonomic ที่รองรับสรีระได้จริง อาการปวดเมื่อยจะไม่ใช่เรื่องปกติของชีวิตทำงานอีกต่อไป
เพราะการทำงานที่ดี ไม่ควรแลกมาด้วยสุขภาพที่พังในระยะยาว
และการดูแลตัวเอง อาจเริ่มง่าย ๆ แค่จาก “เก้าอี้ตัวเดิมที่คุณนั่งทุกวัน”

