การทำงานที่บ้านอาจฟังดูสบาย ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องฝ่ารถติด
แต่สิ่งที่หลายคนเจอเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย คือ
“ทำงานไปได้สักพัก…หลังเริ่มพังโดยไม่รู้ตัว”
เพราะ Home Office ของหลายคน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนั่งทำงานจริงจังตั้งแต่แรก
บางคนใช้เก้าอี้กินข้าว บางคนใช้เก้าอี้ที่เน้นดีไซน์มากกว่าสรีระ
และเมื่อเวลาผ่านไป อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ก็เริ่มตามมา
คำถามคือ ถ้าต้องเลือก เก้าอี้สำนักงาน สำหรับทำงานที่บ้านจริง ๆ
ควรดูอะไรบ้าง ถึงจะคุ้มกับสุขภาพในระยะยาว
ทำไมการเลือกเก้าอี้สำหรับ Home Office ถึงสำคัญกว่าที่คิด?
งานวิจัยด้านสุขภาพการทำงานจากหลายประเทศพบว่า
กลุ่ม Work from Home มีแนวโน้ม “นั่งต่อเนื่องยาวขึ้น” มากกว่าการทำงานในออฟฟิศ
ไม่มีการลุกไปประชุม
ไม่มีการเดินเปลี่ยนจุดทำงาน
และมักเผลอนั่งยาวหลายชั่วโมงโดยไม่ขยับตัว
เมื่อร่างกายต้องอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ
ถ้าเก้าอี้ไม่รองรับสรีระ กล้ามเนื้อจะต้องเกร็งเพื่อพยุงตัวเองตลอดเวลา
ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรมในระยะยาว
ข้อแรกที่ต้องดู: เก้าอี้ต้องเหมาะกับ “เวลาที่คุณนั่งจริง”
ก่อนดูฟังก์ชันใด ๆ ให้ถามตัวเองก่อนว่า
คุณนั่งทำงานที่บ้านวันละกี่ชั่วโมง?
งานวิจัยด้าน Ergonomic ระบุชัดว่า
ยิ่งนั่งนาน ความสามารถของเก้าอี้ในการ “ช่วยรับภาระแทนร่างกาย” ยิ่งสำคัญ
ถ้าคุณนั่งวันละ 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป
เก้าอี้ทั่วไปอาจไม่เพียงพอ
และควรเริ่มมองหา เก้าอี้สำนักงาน ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานจริง ไม่ใช่แค่นั่งชั่วคราว
พนักพิงต้องรองรับแนวกระดูกสันหลัง ไม่ใช่แค่พิงได้
หนึ่งในปัญหาหลักของ Home Office คือการใช้เก้าอี้ที่พนักพิงตรง แข็ง หรือไม่มีส่วนรองรับหลังล่าง
ตามหลักการยศาสตร์
กระดูกสันหลังของคนเรามีความโค้งตามธรรมชาติ
ถ้าเก้าอี้ไม่รองรับแนวนี้ กล้ามเนื้อหลังจะต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เก้าอี้ที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน ควรมีพนักพิงที่
-
โค้งรับแผ่นหลัง
-
รองรับหลังล่าง (Lumbar)
-
เอนพิงได้โดยไม่ฝืนร่างกาย
นี่คือเหตุผลที่ เก้าอี้ Ergonomic ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการนั่งทำงานระยะยาวโดยเฉพาะ
และถูกนำมาใช้กับ Home Office มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สามารถดูตัวเลือกได้ที่ 👉 เก้าอี้ Ergonomic
เบาะนั่งต้องช่วยกระจายน้ำหนัก ไม่กดจุดเดียว
หลายคนเลือกเก้าอี้จากความนุ่มในช่วงแรก
แต่จากงานวิจัยด้านชีวกลศาสตร์พบว่า
เบาะที่แข็งหรือยวบเกินไป ล้วนส่งผลต่อแรงกดที่สะโพกและหลังล่าง
เก้าอี้สำนักงานสำหรับทำงานที่บ้าน ควรมีเบาะที่
-
รองรับน้ำหนักได้สม่ำเสมอ
-
ไม่กดต้นขาจนเลือดไหลเวียนไม่ดี
-
นั่งนานแล้วยังรู้สึกมั่นคง
จุดนี้เป็นหัวใจของ home office chair ergonomic
เพราะช่วยลดความล้าและแรงกดสะสมในแต่ละวัน
การปรับความสูงได้ คือพื้นฐานที่ห้ามมองข้าม
งานวิจัยด้านท่านั่งระบุว่า
ท่านั่งที่ดีควรทำให้
-
เท้าวางเต็มพื้น
-
เข่าทำมุมประมาณ 90 องศา
-
ต้นขาไม่ลอยและไม่กดขอบเบาะ
ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
ถ้าเก้าอี้ไม่สามารถปรับความสูงให้เหมาะกับโต๊ะทำงาน
ดังนั้น เก้าอี้สำนักงาน สำหรับ Home Office
ควรเป็นเก้าอี้ที่ปรับระดับได้ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติที่สุด
สามารถดูตัวเลือกเพิ่มเติมได้ที่ 👉 เก้าอี้สำนักงาน
ที่วางแขน ช่วยลดอาการปวดคอและไหล่ได้จริง
งานวิจัยด้านกล้ามเนื้อคอและไหล่พบว่า
การไม่มีที่วางแขนที่เหมาะสม ทำให้หัวไหล่ต้องเกร็งตลอดเวลาที่พิมพ์งาน
เก้าอี้ที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน
ควรมีที่วางแขนที่ช่วยพยุงแขนและลดแรงตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่
โดยเฉพาะคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก
แล้วเก้าอี้เพื่อสุขภาพ จำเป็นสำหรับ Work from Home แค่ไหน?
ถ้าการทำงานที่บ้านไม่ใช่แค่ชั่วคราว
งานวิจัยส่วนใหญ่แนะนำตรงกันว่า
การใช้ เก้าอี้เพื่อสุขภาพ work from home ช่วยลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรมในระยะยาวได้จริง
เพราะอาการปวดหลังไม่ได้เกิดขึ้นทันที
แต่สะสมจากการนั่งผิดท่าและเก้าอี้ที่ไม่รองรับสรีระอย่างต่อเนื่อง
สรุป: เก้าอี้ Home Office ที่ดี ต้องช่วยให้ร่างกายไม่ต้องฝืน
การเลือกเก้าอี้สำหรับทำงานที่บ้าน
ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการดูแลสุขภาพระยะยาว
เก้าอี้ที่ดีควร
-
รองรับหลังและหลังล่าง
-
ปรับได้ตามสรีระ
-
ช่วยลดแรงเกร็งของร่างกายระหว่างวัน
เมื่อคุณเลือก เก้าอี้สำนักงาน หรือ เก้าอี้ Ergonomic ที่เหมาะกับ Home Office
การทำงานที่บ้านจะไม่ใช่แค่ทำงานได้
แต่จะเป็นการทำงานที่ไม่ต้องเอาสุขภาพไปแลกในอนาคต

